Home > ข่าวสังคม > บทเรียนจาก พ.ต.อ.สมเพียร…แม้แต่ตำรวจยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?

บทเรียนจาก พ.ต.อ.สมเพียร…แม้แต่ตำรวจยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?

บทเรียนจาก พ.ต.อ.สมเพียร…แม้แต่ตำรวจยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?

ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย

ถ้าจะเขียนถึงวงการตำรวจ ไม่ว่าจะเขียนเวลาไหนไม่มีคำว่า “สาย” เพราะตำรวจเป็นวงการเดียวที่มีเรื่อง “เละเทะ” เกิดขึ้นตั้งแต่ “หัว” จรด “หาง” เหมือนกับใช้ “กำปั้นทุบดิน” ทุบลงไปเถอะ ไม่ว่าจะทุบที่ไหนก็ถูกทั้งนั้น

แน่นอน ผู้เขียนกำลังเขียนถึงเรื่องของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา นายตำรวจผู้กล้า ตำแหน่งผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ผู้มีความ “อาจหาญ” เดินทางจาก “ดงโจร” ไปร้องของความเป็นธรรมจากการโยกย้ายที่ “ไม่เป็นธรรม” ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำเนียบรัฐบาลเมื่อไม่นานมานี้

ความจริงในการโยกย้ายที่ผ่านมา ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บช.ภ.9) ซึ่งขณะนี้เหลือ “พื้นที่” อยู่เพียง 4 จังหวัดเท่านั้น คือ สงขลา พัทลุง สตูล และตรัง (ส่วนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นกับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้: ศชต.) มีตำรวจที่เห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมหลายนายด้วยกัน ซึ่งก็ได้ออกมาร้อง “อุทธรณ์” ขอทราบหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย เท่าที่เปิดเผยชื่อคือ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ผกก สภ.ท่าแพ จ.สตูล ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ต้องขึ้นเป็นรองผู้บังคับการ (รองผบก.) และ พ.ต.ท.อวบ ไหมสุข รอง ผกก.สภ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผกก.

ส่วนรองสารวัตร (สว.) ที่อยู่ในข่ายขึ้นเป็น สว.ที่ตะโกนปาวๆ ตามโต๊ะกาแฟ ร้านน้ำชาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกย้ายข้ามหัว และคนที่ได้มีอาวุโสน้อยกว่า ไม่มีผลงาน แต่มี “เส้น” มี “นาย” และมี “ตั๋ว” ของนักการเมือง ก็มีหลายคนเหมือนกัน แต่นายตำรวจกลุ่มนี้ไม่มีใครกล้าร้องของความเป็นธรรม เพราะอายุราชการยังเหลือมาก เกรงว่าจะถูก “นาย” ขึ้น “บัญชีดำ” เสียหายต่อการเติบโตในอนาคต ทุกคนจึง “กล้ำกลืน” ความชอกช้ำเพื่อรอโอกาสหน้า

พ.ต.อ.สมเพียร ต่างกับนายตำรวจใน บช.ภ.9 ที่ร้องขอความเป็นธรรม ตรงที่ พ.ต.อ.สมเพียร เป็นนายตำรวจที่สังกัด ศชต. ต้องการย้ายไป บช.ภ.9 (จ.ตรัง) ซึ่งเป็นการย้ายข้ามภาค โดยหลักปฏิบัติต้องมีการหารือหรือประสานกันระหว่างผู้บัญชาการ (ผบช.) ทั้ง 2 ภาค ซึ่งสามารถทำได้ เพราะในการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา มีนายตำรวจระดับ ผกก.จนถึงรอง สว. ย้ายจาก ศชต.หรือพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไป บช.ภ.9 จำนวนกว่า 10 นาย ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ พ.ต.อ.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ที่ย้ายข้ามภาคไปเป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นต้น

ประเด็นที่ พ.ต.อ.สมเพียร และคนในสังคมข้องใจก็คือ ทำไม พ.ต.อ.สมเพียร จึงย้ายข้ามภาคไม่ได้ ทั้งที่การขอย้ายครั้งนี้มี “นาย” ระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่าง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ10) ให้การสนับสนุน เพราะเห็นว่า พ.ต.อ.สมเพียร ได้เสียสละต่อแผ่นดินมามากแล้ว อายุราชการเหลืออยู่เพียง 20 เดือน ควรจะทำงานน้อยลง และควรจะได้เกษียณอายุราชการโดยอาการครบ 32 ประการ ไม่ใช่กลายเป็นคนทุพพลภาพจากการสู้รบกับ “แนวร่วม” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ความจริงเหตุผลที่ พ.ต.อ.สมเพียร ไม่ได้รับการโยกย้ายครั้งนี้ พ.ต.อ.สมเพียร เองก็มีส่วนผิดด้วย กล่าวคือ พ.ต.อ.สมเพียร เลือกที่จะไปเป็น ผกก.สภ.กันตัง จ.ตรัง เพราะเห็นว่า พ.ต.อ.เติม อินทสระ ผกก.สภ.กันตัง เกษียณอายุราชการ แต่ พ.ต.อ.สมเพียร ลืมไปว่า สภ.กันตัง เป็นพื้นที่ “ทำเลทอง” ของ จ.ตรัง ตำแหน่ง ผกก.สภ.กันตัง จึงมีคนจับจองและวิ่งเต้นเข้าไปมากกว่า 10 คน นี่คือเหตุสำคัญที่ทำให้ชื่อของ พ.ต.อ.สมเพียร หลุดโผ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีชื่อของ พ.ต.อ.สมเพียร ปรากฏอยู่ เช่นเดียวกับที่มีชื่อของ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ผกก.สภ.ท่าแพ จ.สตูล ปรากฏในโผว่าได้เป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง (รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง) กับเขาด้วย

และถ้าในวันที่ พ.ต.อ.สมเพียร ขอโยกย้าย เขาเลือกย้ายจาก อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไปเป็น ผกก.สภ.สทิงพระ จ.สงขลา หรือ สภ.มะนัง จ.สตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแต่ “นากับโหนด” (นาข้าวกับต้นตาลโตนด) และมีแต่ “ป่ากับปาล์ม” พ.ต.อ.สมเพียร อาจจะสมหวัง ได้รับการโยกย้ายไปแล้ว

หลายคนอาจจะเห็นว่า การที่นายตำรวจซึ่งมีลักษณะ “วีรบุรุษ” ของวงการสีกากีอย่าง พ.ต.อ.สมเพียร ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ ทำให้ภาพของคนดี คนกล้าต้องเสียหาย แต่ผู้เขียนกลับไม่เห็นอย่างนั้น ผู้เขียนเห็นว่าการออกมาเรียกร้องความยุติธรรมคือความกล้า…กล้าในการถามหาความถูกต้องให้กับวงการตำรวจ และให้สังคมได้เห็นถึงความ “เละเทะ” ของ วงการสีกากีที่อย่าว่าแต่จะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนเลย เพราะแค่ตำรวจด้วยกันยังไม่ได้รับความเป็นธรรม

พ.ต.อ.สมเพียร เชื่อว่าตำรวจที่มี “นาย” ตำรวจที่มี “เส้น” ตำรวจที่มี “เงิน” ต้องได้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ “เลือกได้” แต่ พ.ต.อ.สมเพียร ก็เชื่อว่าตำรวจที่ดีและมีผลงาน มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ จะต้องติดกลุ่มที่ต้องได้อยู่ในพื้นที่ “ดี” เช่นกัน แต่แล้วนายตำรวจระดับสูงก็ทำให้ความเชื่อดังกล่าวจบลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อ พ.ต.อ.สมเพียร ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปเป็น ผกก.สภ.กันตัง ซึ่งเป็นการย้ายข้ามภาค และเมื่อผิดหวังจาก สภ.กันตัง “นาย” ยังปลอบใจว่าจะย้ายไปอยู่ในพื้นที่ดีๆ ในสามจังหวัดภาคใต้เอาไหม ซึ่งอาจจะยังพอหา “ทำยา” ได้ แต่สุดท้ายเมื่อโผของ ศชต.คลอดออกมา ชื่อของ “สมเพียร” ก็ยังอยู่ที่ “บันนังสตา” เหมือนเดิม

ตัวอย่างของ พ.ต.อ.สมเพียร ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของคนทำงาน ของตำรวจ “น้ำดี” ที่ยังพอมีเหลืออยู่ เพราะถ้าคนที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเสี่ยงตายแบบ “เก็บตก” ชีวิตกลับมาได้อย่างหวุดหวิดหลายต่อหลายครั้ง อายุราชการ 40 ปี “จมปลัก” และ “ล้อเล่น” กับความตายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยาวนานถึง 30 ปี สุดท้ายขอแค่ไปทำงานให้เบาหน่อยในพื้นที่ “ไม่เสี่ยง” ยังทำไม่ได้ ต่อไปจะมีตำรวจดีๆ คนไหนที่จะใช้ชีวิตทุ่มเทให้กับประเทศชาติ

และกรณีของ พ.ต.อ.สมเพียร คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า วงการตำรวจไทย โดยเฉพาะตำรวจภาคใต้ไม่ต้องการคนมีฝีมือไปนั่งพื้นที่ดีๆ ที่เป็นพื้นที่ “เกรดเอ” เพราะนิยามของคนดีย่อมไม่ยอมทุจริตคอร์รัปชัน หรือรับผลประโยชน์ที่มิชอบ หรือหาผลประโยชน์ให้กับ “นาย”

ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้หวังว่า พ.ต.อ.สมเพียร จะได้รับการเยียวยาจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) และไม่ได้คิดจะตำหนิ พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ภ.9 รวมทั้ง พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศตช. ที่ไม่สามารถทำให้ “สมเพียร” กลายเป็น “สมหวัง” เพราะการโยกย้ายตำรวจในครั้งนี้เป็นการโยกย้ายแต่งตั้งที่ “เละเทะ” ที่สุด โดยมี “การเมือง” เข้ามาแทกแซง จนแม้กระทั่ง พล.ต.อ.ปทีป ยังต้านไม่ไหว

ดังนั้นถ้าจะโทษถึงความ “เละเทะ” ในวงการตำรวจ ณ วันนี้ ต้องโทษที่ ตำรวจเองที่ยอมเป็น “เบี้ย” เป็น “เครื่องมือ” ให้กับนักการเมืองในการแสวงหาผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย เมื่อ “ตำรวจ” ไม่รู้จัก “ปลดแอก” จากการเมือง วงการตำรวจไทยก็คงจะตกต่ำลงเรื่อยๆ และถือว่าเป็น “กรรม”ของประชาชนทั้งประเทศ

แต่ถึงอย่างไรผู้เขียนก็เชื่อว่า สุดท้ายแม้ พ.ต.อ.สมเพียร จะไม่ได้ย้ายไปที่อื่น แต่ พ.ต.อ.สมเพียร ก็จะยังคงทุ่มเทชีวิตในการทำหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบ และแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ อ.บันนังสตา โดยไม่ท้อถอยต่อไป เพราะนี่คือ “ตัวตน” ที่แท้จริงของ พ.ต.อ.สมเพียร

ถือเป็นโชคดีของ ชาว อ.บันนังสตา ที่ได้ใช้งาน พ.ต.อ.สมเพียร จนเกษียณอายุราชการ!

ที่มา :http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=221:2010-03-06-19-45-52&catid=19:2009-11-19-15-14-31&Itemid=5

VN:F [1.8.5_1061]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.5_1061]
Rating: +1 (from 1 vote)
บทเรียนจาก พ.ต.อ.สมเพียร...แม้แต่ตำรวจยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?10.0101

ข่าวที่เกี่ยวข้อง หรือข่าวน่าสนใจ

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
แป้งโดว์
eXTReMe Tracker